วันอาทิตย์ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2569

การตรวจรับบ้านหรือคอนโด (Home/Condo Inspection)

 การตรวจรับบ้านหรือคอนโด (Home/Condo Inspection) เป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดก่อนการ "โอนกรรมสิทธิ์" เพื่อให้มั่นใจว่าเราจะได้ที่อยู่อาศัยที่สมบูรณ์ คุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไป และไม่ต้องมาปวดหัวกับการซ่อมแซมภายหลัง


นี่คือบทความแนะนำขั้นตอนการตรวจบ้านและคอนโดแบบมืออาชีพที่คุณสามารถนำไปปรับใช้ได้ครับ


คู่มือตรวจรับบ้านและคอนโดก่อนโอน: เช็คให้ชัวร์ก่อนเซ็นรับ

การซื้อบ้านหรือคอนโดคือการลงทุนก้อนใหญ่ การตรวจรับงานก่อสร้าง (Defect Check) จึงเป็นสิทธิของผู้ซื้อที่ต้องทำอย่างละเอียด นี่คือขั้นตอนและจุดโฟกัสสำคัญในการตรวจบ้านด้วยตัวเอง


ขั้นตอนที่ 1: เตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม (The Toolkit)

หากคุณตรวจด้วยตัวเอง ควรเตรียมอุปกรณ์พื้นฐานเหล่านี้ไปด้วย:


กระดาษกาว (Post-it) หรือสติกเกอร์สี: สำหรับแปะจุดที่มีปัญหา


สายชาร์จโทรศัพท์: สำหรับทดสอบเต้ารับไฟ


เหรียญ หรือ ไม้เคาะกระเบื้อง: สำหรับเช็คความกลวงของพื้น


ลูกแก้ว หรือ ลูกปิงปอง: สำหรับเช็คความลาดเอียง (Slope) ของพื้นห้องน้ำ


กล้องถ่ายรูป/มือถือ: เพื่อบันทึกหลักฐานจุดที่ต้องแก้ไข


ผังห้อง/แปลนบ้าน: เพื่อตรวจสอบตำแหน่งปลั๊กไฟและขนาดพื้นที่


ขั้นตอนที่ 2: เจาะลึก 3 ระบบหลัก (The Inspection)

การตรวจควรแบ่งเป็นหมวดหมู่เพื่อให้ไม่สับสน โดยเน้นที่ 3 ส่วนหลักดังนี้:


1. งานระบบไฟฟ้า (Electrical System)

ตู้ไฟ (Consumer Unit): ลองสับเบรกเกอร์ดูว่าตัดไฟได้จริงหรือไม่ มีการเขียนระบุวงจรชัดเจนไหม


เต้ารับ (Outlets): ใช้สายชาร์จลองเสียบทุกจุด ไฟต้องเข้า ไม่หลวมหรือโยก


แสงสว่าง: เปิด-ปิดไฟทุกดวง ต้องติดครบ ไม่มีเสียงจี่ หรือกระพริบ


ระบบสื่อสาร: จุดต่อสาย TV, Internet ติดตั้งเรียบร้อย


2. งานระบบประปาและสุขาภิบาล (Plumbing & Sanitary)

แรงดันน้ำ: เปิดก๊อกน้ำทุกจุดพร้อมกัน ดูว่าแรงดันตกหรือไม่ ปั๊มน้ำทำงานตัด-ต่อปกติไหม


การระบายน้ำ: ขังน้ำในอ่างล้างหน้า/ซิงค์ แล้วปล่อยพร้อมกัน ดูว่าน้ำไหลลงสะดวก ไม่เอ่อล้น และไม่มีการรั่วซึมใต้อ่าง


พื้นห้องน้ำ (Slope): วางลูกแก้วหรือลูกปิงปอง ดูว่ากลิ้งลงท่อระบายน้ำหรือไม่ (น้ำต้องไม่ขังตามมุม)


ชักโครก: กดแล้วลงสะดวก เติมน้ำไว และไม่มีรอยซึมที่ฐาน


3. งานสถาปัตยกรรมและการเก็บงาน (Architecture & Finishing)

พื้น (Floor): ใช้เหรียญหรือไม้เคาะกระเบื้องทุกแผ่น ต้องเสียงแน่น ไม่โปร่ง (ถ้าเสียงก้องแสดงว่าปูนไม่เต็ม เสี่ยงกระเบื้องระเบิดในอนาคต) พื้นลามิเนตต้องไม่ยุบตัวยวบยาบ


ผนัง (Wall): ต้องเรียบเนียน สีสม่ำเสมอ ไม่มีรอยร้าว (รอยร้าวลายงาพอรับได้ แต่รอยร้าวลึกต้องแก้) วอลเปเปอร์ไม่ลอกร่อน


ฝ้าเพดาน (Ceiling): เรียบเสมอกัน ไม่มีคราบน้ำ (สำคัญมากสำหรับคอนโดชั้นบนสุดหรือบ้าน 2 ชั้น)


ประตูและหน้าต่าง: เปิด-ปิดลื่นไหล ล็อคได้สนิท บานพับแข็งแรง กระจกไม่มีรอยขีดข่วน ซิลิโคนขอบหน้าต่างต้องซีนแน่นกันน้ำรั่ว


ขั้นตอนที่ 3: สรุปรายการแก้ไข (Reporting)

เมื่อแปะสติกเกอร์ครบทุกจุดแล้ว ให้ดำเนินการดังนี้:


ถ่ายรูปทุกจุด: ถ่ายให้เห็นทั้งภาพกว้าง (เพื่อให้รู้ว่าอยู่ตรงไหน) และภาพเจาะจง (เพื่อให้เห็นปัญหาชัดเจน)


เขียนรายการ (Defect List): จดลงในแบบฟอร์มที่โครงการเตรียมให้ หรือทำสรุปเอง โดยระบุห้องและตำแหน่งให้ชัดเจน


ส่งมอบให้เจ้าหน้าที่โครงการ: และนัดหมายวันเข้าตรวจซ้ำ (Re-check)


ข้อควรระวัง: อย่าเซ็นรับโอนกรรมสิทธิ์ หากรายการแก้ไขสำคัญ (Major Defects) ยังไม่ได้รับการแก้ไข เช่น น้ำรั่ว ไฟช็อต หรือกระจกแตก


ขั้นตอนที่ 4: การตรวจรับรอบสอง (Re-Inspection)

เมื่อโครงการแจ้งว่าซ่อมเสร็จแล้ว ให้กลับไปตรวจซ้ำ โดยเน้นดูจุดเดิมที่เคยแจ้งไว้


สติกเกอร์ที่แปะไว้ถูกเอาออกหรือยัง?


รอยร้าวถูกโป๊วและทาสีทับเนียนหรือไม่?


ระบบน้ำไฟที่เคยเสีย ใช้งานได้จริงแล้วใช่ไหม?


หากทุกอย่างเรียบร้อย จึงค่อยเข้าสู่ขั้นตอนการเซ็นรับมอบห้องและโอนกรรมสิทธิ์ครับ


บทสรุป

การตรวจบ้านไม่ใช่เรื่องจุกจิก แต่เป็นการรักษาผลประโยชน์ของผู้ซื้อ บ้านและคอนโดเป็นทรัพย์สินราคาสูง การเสียเวลาตรวจละเอียดเพียง 1-2 วัน จะช่วยประหยัดเงินและเวลาในการซ่อมแซมได้มหาศาลในอนาคต

รับตรวจคอนโด ตรวจบ้าน ตรวจงานก่อสร้าง ตรวจบ้านระหว่างสร้าง โดย Master Check Inspector

รับตรวจคอนโด ตรวจบ้าน โดยวิศวกรและทีมงานมืออาชีพ เครื่องมือทันสมัย ประสบการณ์ 10ปี+ พื้นที่บริการ กรุงเทพ นนทบุรี ปทุมธานี นครปฐม ชลบุรี กาญจนบุรี อยุธยา ฉะเชิงเทรา ระยอง จันทบุรี ภาคตะวันออก

สนใจติดต่อสอบถามหรือปรึกษาฟรี

Line : https://lin.ee/rAz9wKd

เบอร์โทร: 083-4645150

Website : https://mastercheckhome.com/home-inspector

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น